Go See 'Bourne Ultimatum'
The best of all Bourne series, even better than the first and the second.
The best action movie (with brain) in many years.
Can't say more...you have to see it by yourself!
whatever I could think of
The best of all Bourne series, even better than the first and the second.
The best action movie (with brain) in many years.
Can't say more...you have to see it by yourself!
Posted by
Keng (เก่ง)
at
19:44
0
comments
Labels: movie
หนังตลกเจ็บๆ จากรั้วฮอลลีวู้ดนำเสนอเรื่องราวของ lobbyist บริษัทขายบุหรี่ (ที่มีชื่อตำแหน่งสวยหรูเป็น Vice president and chief spokesman of the Academy of Tobacco Studies) หนังเปิดตัวได้แบบแสบๆ ด้วยการให้ตัวเอกของเรื่องเข้าร่วมรายการทอล์กโชว์ที่เชิญเด็กที่เป็นมะเร็งเนื่องจากสูบบุหรี่มาสัมภาษณ์ (ร่วมกับตัวแทนจากบริษัทบุหรี่และตัวแทนวุฒิสมาชิกที่ต่อต้านการสูบบุหรี่) ด้วยลีลาท่าทางและสำบัดสำนวนทำให้ฝ่ายบริษัทบุหรี่ได้ใจ ประโยคเด็ดคือที่บอกว่าบริษัทบุหรี่ไม่ต้องการให้คนสูบตายเร็ว เพราะว่าเท่ากับจะเสียลูกค้าที่มีคุณค่าไป (ไม่รู้คนเขียนบทคิดได้ยังไง)
Lobbyist ของบริษัทบุหรี่มีหน้าที่สร้างภาพพจน์ที่ดีให้กับบุหรี่ (เนื่องจากช่วงหลังยอดขายในอเมริกาตกลงไปมาก) ดังนั้นจึงเข้าหาบริษัทหนังในฮอลลีวู้ดเพื่อล็อบบี้ให้ตัวพระเอกนางเอกสูบบุหรี่บนจอ นอกจากนั้นยังไปล็อบบี้นายแบบบุหรี่ยี่ห้อดัง (เข้าใจว่าเป็นมาร์ลโบโร) ที่ก่อนหน้านี้ออกทีวีแฉว่าตัวเองเป็นมะเร็งปอดเพราะการสูบบุหรี่
เรื่องดูจะลึกกว่านั้นตรงที่ว่าพระเอกของเรื่องมีลูกชายอายุ 12 ปีที่ติดตามไปไหนมาไหนด้วย ความเป็นพ่อทำให้ต้องแสดงตนเป็นตัวอย่างที่ดีกับลูก แต่จะให้บอกให้ลูกสุูบบุหรี่ได้ยังไงล่ะ?
หนังน่าสนใจตรงที่เราได้เห็นเบื้องหลังของบริษัทค้าบุหรี่อย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นการล็อบบี้วุฒิสมาชิก, ดารา, ฮอลลีวู้ด หรือว่าการใช้เงินสนับสนุนการวิจัยบังหน้าเกี่ยวกับโทษ (หรือประโยชน์_ถ้ามี) ของบุหรี่ เพียงแต่ว่าคงจะหลอกคนอเมริกันไม่ได้แล้ว ตอนนี้ตลาดใหญ่ก็อยู่ในเอเชีย โดยเฉพาะจีน ที่ปัจจุบันมีผู้สูบบุหรี่เป็นประจำอยู่ 350 ล้านคน และ 450 ล้านคนที่เป็น secondhand smoker
จากข้อมูลของ US embassy in China, 35% ของชาวนาในจีนสูบบุหรี่, ที่แย่ไปกว่านั้นคือ 60% ของหมอในจีนก็สูบบุหรี่ อย่างที่รู้กัน จีนได้ภาษีจากบุหรี่ปีเป็นหลักหมื่นล้านหยวน แต่โรคเรื่้อรังอย่างถุงลมโป่งพองและมะเร็งปอดก็สูงไปด้วย FDff คิดๆ ไปแล็วภาษีที่ได้ก้ไม่ได้คุ้มกัน (เทียบ 24000 ล้านหยวนภาษีที่ได้รับ กับ 28000 ล้านหยวนที่สูญเสียไปจากค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียเวลาทำงาน และคนตายเร็วกว่าที่ควร)
Posted by
Keng (เก่ง)
at
17:43
0
comments
Labels: movie